แบกเป้ตามใจฉัน สไตล์ดอกไม้ทะเลทราย
ตอนที่ 3 ปามุคคาเล น้ำแร่วิเศษ
สู่เมืองปามุคคาเล ที่สุดอ่ะ
เมืองปามุคคาเล่ Pamukkale คำว่า ปามุคคาเล่
ในภาษีตุรกี หมายถึง ปราสาทปุยฝ้าย Pamuk
หมายถึง Cotton และ Kale หมายถึง Castle
เป็นน้ำตกหินปูนสีขาวที่เกิดขึ้นจากธารน้ำใต้ดิน
ที่มีอุณหภูมิประมาณ 35 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นที่มีแร่หินปูน
(แคลเซี่ยมออกไซด์)
ผสมอยู่ในปริมาณที่สูงมาก ไหลรินลงมาจากภูเขา คาลดากึ
ที่ตั้งอยู่ห่างออกไปทางทิศเหนือ
รินเอ่อล้นขึ้นมาเหนือผิวดิน และทำปฏิกิริยาจับตัวแข็งเกาะกัน
เป็นริ้ว เป็นแอ่ง เป็นชั้น
ลดหลั่นกันไปตามภูมิประเทศเกิดเป็นประติมากรรมธรรมชาติ
อันสวยงามแปลกตาและโดดเด่น
เป็นเอกลักษณ์ยากที่จะหาที่ใดเหมือน จนทำให้
ปามุคคาเล่และเมืองเฮียราโพลิส
ได้รับการยกย่องจากองค์การยูเนสโก้ให้เป็น
มรดกโลกทางธรรมชาติและวัฒนธรรมในปี ค.ศ. 1988
อิอิ แวะดู จุดบริการรถของ บริษัทปามุคคาเล ที่นี่มีเวลาเดินรถไปในที่ต่างๆ เริ่ดมาก รถก้อเริ่ดขอบอก เจ้าของที่นี่ก้อดูแล บริการดี ให้คำแนะนำได้ ชอบ ชอบ ชอบ
เราแวะซักไซ้ข้อมูลกันเล็กน้อยเพื่อเปรียบเทียบราคาไว้ในใจก่อน คนขับรถที่นี่ ทุกคนจะรู้กันกับบริษัททัวร์ทั้งหลาย แต่ส่วนใหญ่ก้อโอ เพราะทัวร์ที่นี่จะบริการเสร็จสรรพ ต่อรองราคากันได้ หรือจะเลือกบริการอย่างใดอย่างหนึ่งก้อได้ แล้วแต่ความต้องการ อิอิอิ โดยรวมของที่นี่ เราว่าโอ เรยยยยย
เราเข้าโรงแรม อาบน้ำอาบท่า วันนี้จะไปตลุยแช่น้ำแร่ แล้วก้อเที่ยวเมืองเก่า กัน มีคนมารอรับไปส่งขึ้นรถไปเมืองเก่า อิอิอิ แต่แฝงจุดประสงค์มาขายทัวร์ในแบบอื่นๆ ด้วย 5555 เราถามนั่นถามนี่ เลยสรุปตรงที่ว่า มันแพงสำหรับเราไปหน่อย ในราคา เกือบบ 3-4 พัน
แต่เบ็ดเสร็จ จากปามุคคาเล ไปเอเฟซุส
จนไปจบที่เบอร์ซ่า แต่เราขอคิดก่อน เพราะทริปประหยัดแบบนี้ อะไรไม่จำเป็นเราก้อต้องตัดมันออกไปจากโปรแกรม แต่หนุ่มขายทัวร์ ก้อไม่ได้ตื้อไรมากมายอย่างที่คิด แถมแนะนำให้เรานั่งรถบัส
ไปลงที่ นอร์ท ปามุคคาเล เพื่อเป็นจุดเริ่มต้นในการเดินเที่ยวปามุคคาเลให้ทั่ว ในราคาคนละ 2 รีล่า
ค่ารถบัส แล้วซื้อตั๋วเข้าไปชมในส่วนของเมืองเก่า และน้ำพุร้อน
1ใน มรดกโลกทางวัฒนธรรม
ที่โรงแรม นั่งเล่นไวไฟได้ชิวๆ อาหารเช้าเขาก้อโอ
รวมมาในค่าโรงแรม หารกันกะพี่ยา คนละ 400++
ก้อโออ่ะ พอรับได้ อิอิอิ แอ๊บสูบชิชา เบาๆ
ที่โรงแรม Dort Mevsim Hotel หาจองกันได้ใน
บุ้คกิ้งดอทคอม เลือกๆ เอา มีหลายระดับบริการให้เลือกใช้ อิอิอิ
หลังจากตีตั๋ว ผ่านมาจากหน้าประตู เราเริ่มจากฝั่งนอร์ท แล้วจึงจะลงไปเรื่อยๆ ทางใต้ เดินด้วยสองเท้าเรานี่แหละ ไม่มีคำว่าเหนื่อย หรือ ขี้เกียจ เพราะเราใช้หัวใจสัมผัสมัน มันไม่ใช่แค่ความอยาก
แต่มันคือความปราถนา ............... ขอบอก
นครโบราณเฮียราโพลิส ในอดีตเป็นสถานที่บำบัดโรค
ก่อตั้งโดยกษัตริย์ยูเมเนสที่ 1 ในปี 190
ก่อนคริสตกาล สถานที่แห่งนี้มีแผ่นดินไหวเกิดขึ้นหลายครั้งหลังปี ค.ศ. 1334 จึงไม่มีคนอาศัยอยู่อีก อย่างไรก็ตามนครแห่งนี้ซึ่งยังคงมีสถานที่สำคัญหลงเหลืออยู่ คือ โรงละครแอมฟิเธียเตอร์ขนาดใหญ่ สร้างในสมัยจักรพรรดิเฮเดรียนในคริสต์ศตวรรษที่ 2
โดยโรงละครแห่งนี้ถูกดัดแปลง
ในคริสต์ศตวรรษที่ 2 สมัยพระเจ้าเซปติมิอุสเซเวรุส
ให้มีลักษณะเหมือนในปัจจุบัน
สันนิษฐานว่าสามารถจะคนได้กว่า 10,000 คน
ฝากรอยจูบไว้ ให้รู้ว่า เรากลับมาที่นี่แล้ว มาตามสัญญา ................ กลับมายังแผ่นดินอันเป็นที่รัก ........เหมือนที่ใครต่อใครเคยบอกไว้ โลกนี้ไม่เคยมีอะไรบังเอิญ
ที่เมืองโบราณตรงส่วนนี้ จะเป็นสุสานโบราณ อิอิอิ เราก้อฝากรอยจูบไปซะทั่ว จนตอนหลัง คุณยาเฉลยให้ฟังว่า มันคือโลงศพ
เราก้อ เอิ่ม........... คือว่า อิอิอิ จุ้บไปแล้วอ่าาาาา
คงไม่ฟื้นมาจูบตอบเรานะ
คนโบราณนี่เขาสร้างไรต่อไรกันเก่งเนอะ หินเป็นตันๆ
ยกกันไปเทินได้ จนยิ่งใหญ่ อลังการ
แต่เมืองเฮียลาโพลิส นี่ประสบปัญหาแผ่นดินไหวบ่อยครั้ง
ทำให้ทุกอย่างมันล่มสลาย
เหลือเพียงเศษซากทิ้งไว้ให้จดจำ
เดินชมเมืองเก่า ไปเรื่อยๆ เพราะเป้าหมายข้างหน้าก้อคือ น้ำแร่
อิอิอิอิ จะแช่ให้ฉ่ำปอดทีเดียวเชียว
อิอิอิ เดินลงใต้มาเรื่อยๆ สิง่่ที่เห็นเบื้องหน้า คือปามุคคาเล
ปราสาทปุยฝ้าย (ปามุคคาเล่) เมืองแห่งน้ำพุเกลือแร่ร้อน หน้าผาที่ขาวกว้างใหญ่ด้านข้างของแอ่งน้ำเป็นรูปร่างคล้ายหอยแครงและน้ำตกแช่แข็ง ถ้ามองดูจะดูเหมือนสร้างจากหิมะ เมฆหรือปุยฝ้าย
น้ำแร่ที่ไหลลงมาแต่ละชั้นจะแข็งเป็นหินปูน
ห้อยย้อยเป็นรูปร่างต่าง ๆ อย่างมหัศจรรย์
น้ำแร่นี้มีอุณหภูมิประมาณ 33-35.50 องศาเซลเซียส
ประชาชนจึงนิยมไปอาบหรือนำมาดื่ม
เพราะเชื่อว่ามีคุณสมบัติในการรักษาโรคหัวใจ
โรคไขข้ออักเสบ ความดันโลหิตสูง
โรคทางเดินปัสสาวะ และโรคไต ซึ่งในอดีตกาลชาวโรมัน
เชื่อว่าน้ำพุร้อนสามารถรักษาโรคได้
จึงได้สร้างเมืองเฮียราโพลิสล้อมรอบ
แดดสวย อากาศดี เดินเท่าไรก้อไม่เหนื่อย
เห็นผลงานทางธรรมชาติ ก้อชื่นใจละ
คนเยอะมากกก วันนี้ มากันหลายชาติๆ เลย อิอิอิ
แต่ที่แน่ ๆ สาวไทย 2 คน ก้เป็น 1 ในนั้น 55555
และก้อได้เวลา แช่น้ำแร่ 5555
เปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วก้อลงกันเร้ยยยยย แต่ที่นี่
เขาจะมี 2 ส่วน คือ กันไว้สวยงาม
กับอีกส่วนกันไว้ให้เล่นโดยเฉพาะ งั้น มาแล้วมีหรือ
สาวสวยอย่างเราจะพลาด จัดไป 55555555555
แช่กัน 3-4 ชม เรยย รู้สึกเรย ว่าความดำมาเยี่ยมเยือน อิอิอิอิ
เรากลับจากน้ำแร่เข้าที่พัก กัน แต่เตือนไว้นิดนึงค่ะ
ถ้าเราไปเอง แบบไม่มีรถ
แล้วนั่งชัตเติ้ลบัสไปลงทางนอร์ท นั้น ขากลับจะอยู่ทางใต้
ไม่มีรถโดยสารกลับนะคะ
มีแต่แท้กซี่ เข้าเมือง ก้อลองต่อรองราคากันเอา แต่เราเลือกเดินกลับ
แต่มีคนใจดีอาสาไปส่งในเมือง 3 กิโล อิอิอิอิ เลยสบายไป
เรากลับไปพักผ่อน
แล้วหาตั๋วรถไปเบอร์ซ่าเลย รถออกตอน สายๆ
ไปถึงเบอร์ซ่าตอนค่ำๆ ประมาณ 1-2 ทุ่ม
แต่ที่นั่นตะวันลับฟ้า ช้ามาก 1 ทุ่มของเขา ยังกะ 5 โมงเย็น อิอิอิ
แล้วรถบัส ของปามุคคาเล เริ่ดมากก ค่ารถไปประมาณ 7-8 ร้อยบาท
แต่เสิร์ฟ น้ำ ขนม ตลอดทาง แล้วมีไวไฟ แรงๆ บนรถอีกตะหาก
เล่นเฟสไปจนถึงเบอร์ซ่าเลยค่า
สู่ตอนที่ 4 เบอร์ซ่า พบสหายผู้อารีย์






















ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น