แบกเป้ตามใจฉัน สไตล์ดอกไม้ทะเลทราย
ตอนที่ 2 เมืองมหัศจรรย์คัปปาโดเจีย
เราถึง อิสตันบูลกันในตอน ตี 1 กว่า ๆ ก้อคงไม่มีอะไรดีไปกว่า
หาที่นอน เรานอนยาวบนเก้าอี้ที่สนามบิน พี่ยาปลุกเราในตอนตี 5 เพื่อล้างหน้าเตรียมตัว ไปเมืองเนฟเชียร์ สู่คัปปาโดเจีย
เมืองมหัศจรรย์ ธรรมชาติ เราไปที่นั่นด้วยสายการบินเตอร์กิชแอร์ไลน์ จองล่วงหน้าในราคา 1900++ บาท ใช้เวลาบิน 30 -50 นาที
โดยประมาณ เราไปในเที่ยวแรก 7 โมงเช้า
เพราะจากสนามบินที่นั่นกว่าจะเข้าไปถึงตัวเมืองและต่อไปยัง
โกเรเม่จุดที่เราจองโรงแรมที่พักไว้
ค่อนข้างไกลพอสมควร
อาหารเช้าสไตล์เตอร์กิช แอร์ไลน์ มาแบบน่ารักๆ ในตะกร้า
ก้องั้นๆ แต่ก้อเอี่ยม อิอิอิอิ กินเรียบ
ทริปประหยัดแบบเรา ก้อต้องกินง่ายอยู่ง่ายเข้าไว้
ถีงแล้วเนฟเชียร์ ออกเสียงถูกป่าวไม่รุนะ
แต่จะเรียกแบบนี้แหละ อิอิอิอิ รับกระเป๋า
ก้อออกไปมองหาป้ายชื่อเรา ให้โรงแรมจองรถบัสเข้าเมือง
ส่งถึงโรงแรม
ในราคาคนละ 17 Tl อ้าวยาวไป
ถึงที่พักแร้วววววววคร่าาา เก๋ไก๋ สไลเดอร์
เพราะขุดหินทำอุโมงค์ห้องพัก
อิอิอิอิ วันนี้ดิชั้นจะเป็นสาวถ้ำ
เข้าที่พักในตอน เที่ยงๆ เหนื่อยจากการบินกันมาทั้งวันทั้งคืน
เราตกลงเช่ารถยนต์ 1 คัน
ในราคา 1700++ ไม่รวมน้ำมัน ขับไปจ่ายไป
เพราะตอนคืนเป็นศูนย์ อิอิอิอิ นัดรถมาในตอนเย็น
ตอนนี้ก้อขอหลับเอาแรงก่อน ห้องหับโอเค นอนสบาย เตียงสะอาด
มีๆสาวๆ เกาหลี กับบราซิล มาร่วมห้อง อิอิอิ อบอุ่น
บรรยากาศจากวิวที่พัก ดีจังที่นี่ เราชอบทุกอย่างที่เป็นตุรกี
ที่คัปปาโดเจีย เจ๋งจิงไรจิง
บ้านหิน เมืองหิน คนไม่หิน อิอิอิ
เมืองคัปปาโดเกีย Cappadocia ดินแดนที่มีภูมิประเทศอันน่าอัศจรรย์แปรสภาพเป็นหุบเขาร่องลึก
เนินเขา กรวยหิน และเสารูปทรงต่าง ๆ ที่งดงาม
คัปปาโดเกีย Cappadocia เป็นชื่อเก่าแก่ภาษาฮิตไทต์
(ชนเผ่ารุ่นแรก ๆ ที่อาศัยอยู่ในดินแดนแถบนี้) แปลว่า
ดินแดนม้าพันธุ์ดี ตั้งอยู่ทางตอนกลางของตุรกี
เป็นพื้นที่เกิดจากการระเบิดของ
ภูเขาไฟเออซิเยส และ ภูเขาไฟฮาซาน เมื่อประมาณ 3 ล้านปีที่แล้ว
เถ้าลาวาที่พ่นออกมาและเถ้าถ่านจำนวนมหาศาล
กระจายทั่วบริเวณจนทับถม
เป็นแผ่นดินชั้นใหม่ขึ้นมา จากนั้นกระแส น้ำ ลม ฝน แดด
และหิมะ กัดเซาะกร่อนหิน
แผ่นดินภูเขาไฟไปเรื่อย ๆ นับแสนนับล้านปี
จนเกิดเป็นภูมิประเทศประหลาดแปลกตาน่าพิศวง
ที่เต็มไปด้วยหินรูป แท่ง กรวย ปล่อง กระโจม โดม และอีกสารพัดรูปทรง ดูประหนึ่งดินแดนในเทพนิยายจนผู้คนในพื้นที่เรียกขานกันว่า ปล่องไฟนางฟ้า ในปี ค.ศ. 1985 ยูเนสโก้ได้ประกาศให้พื้นที่มหัศจรรย์แห่งนี้เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติ
และวัฒนธรรมแห่งแรกของตุรกี
ตื่นมาบ่ายแก่ๆ ก่อนที่รถเช่าจะมาส่ง เราก้อ
ออกไปเดินเล่นในตัวเมืองโกโรเม่ดีกว่า
จะอธิบายนะคะว่า บินมาลงสนามบินเนฟเชียร์
แล้วนั่งชัตเติ้ลบัสเข้าเนฟเชียร์ จากเนฟเชียร์
ก้อต่อมายังโกโรเม่ ทุ่งหิน ทั้งหลายที่ละลานตา ทั้งที่พัก ที่กิน ผับ บาร์ อิอิอิ จุดทัวร์ ทุกอย่างรวมไว้ที่นี่ เมืองโกโรเม่ เมื่องที่เที่ยวห่างจากเนฟเชียร์ประมาณ 20-30 โล ต่อรถ ซื้อทัวร์ เริ่มได้จากที่นี่เลย หรือถามจากทางโรงแรมก้อได้ สะดวกมากๆ
เที่ยวคนเดียวนี่ไม่ต้องกลัวเลย
พอเย็นสัก 5 โมงเย็น รถเช่ามาแล้ว เราก้อเลยขับไปเที่ยว
ในคัปปาโดเจีย ไป พาร์ซาบาร์ อิอิอิ
ถามทาง ขับไปหลงไป สนุกดี
ตรงนี้จะเป็นกลุ่มทุ่งหินรูปร่างประหลาด
คล้ายๆๆ อะไรสักอย่างอิอิอิ แต่เรามองว่าคล้ายแมว 55555555555
แล้วคุณล่ะ คิดว่ามันเหมือนอะไร อิอิอิ
เดินชมหินที่พาร์ซาบาร์ จนจุใจ ผั่งตรงข้ามจะมีร้าน
อาหารพื้นเมือง เดินข้ามฝั่งไป
เขาปิดร้านพอดี แต่ก้อยังเปิดให้เราได้ชิมฝีมือ
อาหารแบบดั้งเดิม แพนเค้ก ตุรกี อิอิอิอิ
เขาจะเอาแป้งมานวด คลี่ให้เป็นแผ่นกลมๆ
ขนาดใหญ่ ใส่ใส้ ต่างๆ เช่น ชีส มันฝรั่ง
หรืออะไรก้อแล้วแต่ แล้วพับครึ่ง แล้วเอาย่างลงบนกะทะนูน
ของเขา กลับไปกลับมา
ใส่กระดาษม้วน กินแบบโรตี แต่กินร้อนๆ อร่อยดี นะ
ซดกะชาตุรกี อิอิอิ
หาหนุ่มตุรกีมาเป็นกับแกล้มสักคน ซู้ดดดดดดดด โฮก
(เสียงซดชาค่ะ อย่าเข้าใจผิด 5555 )
กลับจากพาร์ซาบาร์ เราก้อนอนพักผ่อน
เพื่อที่จะได้รีบตื่นไปดูพระอาทิตย์ขึ้นที่จุดชมวิวฟรี
อิอิอิ ที่เราหมายตาไว้ แถวนี้ เขาจะปล่อยบอลลูนกันด้วย
เพื่อ ชม ปล่องไฟนางฟ้า
จากโซนนี้ ปล่องไฟนางฟ้า ในปี ค.ศ. 1985 ยูเนสโก้ได้ประกาศให้พื้นที่มหัศจรรย์แห่งนี้เป็น
มรดกโลกทางธรรมชาติและวัฒนธรรมแห่งแรกของตุรกี
กลับมาจากจุดชมวิว ข้างนอกหนาวพอสมควร
กลับมาโซ้ย อาหารเช้า อิอิอิ สไตล์ตุรกี
หน้าตา และรสชาติพอใช้ได้ ไม่ได้แย่อย่างที่คิดไว้
แต่ก้อแอบ เอาแบบไทยๆ มาวางแกล้ม อิอิอิ
กินข้าวเรียบร้อย ก้อแยกย้ายกันไปอาบน้ำแต่งตัว
วันนี้เราจะไปพิพิฐภันณ์กลางแจ้ง โกเรเม่กัน
พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งเกอเรเม่ Goreme Open Air Museum ซึ่งเป็นศูนย์กลางของศาสนาคริสต์ในช่วง ค.ศ. 9 ซึ่งเป็นความคิดของชาวคริสต์ที่ต้องการเผยแพร่ศาสนาโดยการขุดถ้ำเป็นจำนวนมากเพื่อสร้างโบสถ์ และยังเป็นการป้องกันการรุกรานของชนเผ่าลัทธิอื่นที่ไม่เห็นด้วยกับศาสนาคริสต์
เราออกจากพิพิฐภัณน์กัน คราวนี้เราจะไปต่อกันที่
ไคลมัคลิ ห่างจากที่นี่ไป
ทางถนน อวาโนส สัก 3-60 สิบ ในระยะนี้แหละ ไม่แน่ใจ
นครใต้ดินไคมัคลี Underground City of Derinkuyu or Kaymakli
เกิดจากการขุดเจาะพื้นดินลึกลงไป 10 กว่าชั้น
เพื่อใช้เป็นที่หลบภัยจากข้าศึกศัตรู
(โดยเฉพาะพวกทหารโรมัน) นครใต้ดินไคมัคลี
มีชั้นล่างที่ลึกที่สุดลึกถึง 85 เมตร
เมืองใต้ดินแห่งนี้มีครบเครื่องทุกอย่างทั้งห้องโถง
ห้องนอน ห้องน้ำ ห้องถนอมอาหาร
ห้องครัว ห้องอาหาร โบสถ์ ทางหนีฉุกเฉิน ฯลฯ
อากาศภายในนั้นถ่ายเทเย็นสบาย
เนื่องจากเป็นหินภูเขาไฟ มีอุณหภูมิเฉลี่ยทั้งปี
ประมาณ 17-18 องศาเซลเซียส
หน้าร้อนอากาศเย็น หน้าหนาวอากาศอบอุ่น
เข้าไปแล้ว ก้อจะมีลูกศรสีแดง ชี้ไปเรื่อยๆ เราก้อเดินตามไปตามลูกศร แต่ขากลับเราจะตามลูกศรสีน้ำเงินแทน เพราะจะพาไปทางออก อิอิอิอิ อึ้งอ่ะ กับภูมิปัญญา เขาเจาะเข้าไปอยู่กันได้ไง
ขึ้นๆ ลง กันจนเหนื่อย มีห้องหับหลายห้อง
เดินๆ มุดๆ กันไป สนุกดี เหนื่อยจัง อิอิอิอิ
อากาศในถ้ำนี้ค่อนข้างเย็นพอสมควร ดูลึกลับ โบราณๆ
กลับมาจากถ้ำ ไคลมัคลิ เราก้อกลับไปเปลี่ยนเสื้อผ้า
เก็บของที่โรงแรม
เพราะคืนนี้เราต้องเดินทางไปต่อที่ปามุคคาเล
น้ำแร่มหัศจรรย์ พันลึก อิอิ
นั่งยาวไปเช้าที่โน่นบนรถบัสในราคา คนละ 50 ลีร่า * 17 บาทนะ
แหะ แหะ
รถจะออกจากที่นี่ในตอน 3 ทุ่มครึ่ง ไปถึงที่เดนิสลี่ในตอนเช้ามืด
งั้น หลับยาวสิคร้าบบบบบบบบบบ
อำลาคัปปาโดเจียไปอย่างหงอยเหงา หัวใจมันหวิวๆ
คิดถึงใคร คิดถึงอะไรต่ออะไรไปเรื่อยเปื่อย
หากหัวใจเราบินได้ มันคงจะบินกลับไปที่นั่นอีกเป็นแน่แท้
..........................................
เรานั่งรถรอบค่ำออกมาจากคัปปาโดเจียแล้ว ถึง เดนิซลี่ในตอนเช้ามืด ที่นี่จะมีรถตู้บริการฟรี ไปส่งยังเมืองปามุคคาเล่ เราคาดว่า
คนขับคงได้เปอร์เซนต์ จากพวกโรงแรมทั้งหลายนะ
สู่ตอนที่ 3 ปามุคคาเล น้ำแร่วิเศษ
http://turkeyrussiacherry.blogspot.com/2013/10/3.html


























น่าไปค่ะน้องกวาง
ตอบลบค่ะ คัปปาโดเจีย สวยแล้วก็แปลกตามากๆ อากาศก็เย็นสบายในช่วง เมย แต่ถ้า ภาค 4 ที่กวางจะไป เป็น มค 58 นี้ค่ะ หนาวแล้วก็มีหิมะด้วย
ลบ